ประวัติ
 
เป็นเมืองหลวงของประเทศเวียดนาม มีประชากรประมาณ 4,100,
000 คน "ฮานอย"หมายถึงตอนต้นของแม่น้ำ ตั้งอยู่ตอนต้นอยู่บน
ลุ่มแม่น้ำแดงปฐมกษัตริย์ราชวงศ์ลี้สถาปนาขึ้นเป็นเมืองหลวงในปี
พ.ศ. 1553 โดยใช้ชื่อว่า"ทังลอง" แปลว่า "มังกรเหิน" จนกระทั่ง
พ.ศ. 2345กษัตริย์ราชวงศ์เหงียนได้ย้ายเมือหลวงไปอยู่เมือง "เว้"
เมื่อตกเป็นส่วนหนึ่งของอินโดจีนของฝรั่งเศสฮานอยจึงกลับมาเป็น
เมืองหลวงอย่างเป็นทางการอีกครั้งใน พ.ศ. 2430 ภายหลังได้รับ
เอกราชในปี พ.ศ.2489ดินแดนเวียดนามแยกออกเป็นสองประเทศ
โดยฮานอยเป็นเมืองหลวงของเวียดนามเหนือ เมื่อรวมประเทศใน
พ.ศ. 2519 จึงเป็นเมืองหลวงหนึ่งเดียวของเวียดนามในปัจจุบัน
 
 
ภูมิศาสตร์
โตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำแดง มีทะเลสาบอยู่หลายแห่ง
ภูมิอากาศ
ฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม-เมษายน) มีฝนตกปรอยๆ และความชื้นสูง
อุณหภูมิประมาณ 17 องศา – 23 องศา
ฤดูร้อน (พฤษภาคม-สิงหาคม) อากาศร้อนและมีฝน
อุณหภูมิประมาณ 30 – 39 องศา เดือนที่ร้อนที่สุดคือเดือนมิถุนายน
ฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน-พฤศจิกายน) อุณหภูมิ 23 – 28 องศา
ฤดูหนาว (ธันวาคม-กุมภาพันธ์) อากาศจะหนาวเย็นที่สุดในรอบปี คือ
ประมาณ 7 – 20 องศา แต่ในบางครั้งอาจลดลงถึง 0 องศา เดือนที่อา
กาศหนาวที่สุดคือ มกราคม
   
 
  โรงละครฮานอย   ทะเลสาบคืนดาบ  
 
  วัดเนินหยก   บ้านพักโฮจิมินห์  
 
  ตลาดดงซวน   จัตุรัสบาสดิงห์  
 
  เจดีย์เสาเดียว   พิพิธภัณฑ์โฮจิมินห์  
 
สถานที่ท่องเที่ยว
ทะเลสาบฮว่านเกี๋ยม (Ho Hoan Kiem หรือ ทะเลสาบคืนดาบ)
ตั้งอยู่บริเวณใจกลางเมืองเก่าฮานอย มีตำนานเล่าขานสืบต่อกันมาว่าครั้งอดีตพระเจ้าเลไทโต (Le Thai Yo) ได้นำดาบวิเศษซึ่งนำมาต่อสู้
กับพวกหมิงจนสามารถปลดปล่อยประเทศให้อิสระแล้ว พระองค์ทรงเรือไปกลางทะเลสาบเพื่อคืนดาบวิเศษให้กับเต่าศักดิ์สิทธิ์ และกล่าวกัน
ว่าเต่าได้ขึ้นมาฉกดาบไปจากพระหัตถ์ของพระองค์ แล้วหายไปในทะเลสาบ อันเป็นเหตุให้ทะเลสาบแห่งนี้มีชื่อว่า ทะเลสาบคืนดาบ หาก
มองไปกลางทะเลสาบจะเห็นเจดีย์โบราณโผล่ขึ้นพ้นน้ำ สร้างขึ้นในสมัยศตวรรษที่ 18 มีชื่อเรียกว่า ทาพรัว (Thap Rua) ซึ่งหมายถึงหอ
คอยเต่าและในปัจจุบันยังมีหลายคนบอกว่าเห็นเต่าขนาดใหญ่อยู่ในทะเลสาบแห่งนี้ โดยเฉพาะช่วงเปลี่ยนฤดูกาล
วัดหง็อกเซิน ( Ngoc Son หรือ วัดเนินหยก)
ตั้งอยู่ริมทะเลสาบบนเกาะหยก ซึ่งเป็นเกาะเล็กๆ สามารถข้ามจากฝั่งไปยังวัดโดยข้ามสะพานเทฮุก (The Huc) หรือสะพานแสงอาทิตย์
มีสีแดงสดใสถือเป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของกรุงฮานอย นักท่องเที่ยวนิยมมาถ่ายภาพไว้เป็นที่ระลึกกันเสอมเมื่อถึง วัดหว็อกเซิน ด้านใน
มีบรรยากาศร่มรื่นและมีศาลาสำหรับนั่งพักผ่อน
 
พิพิธภัณฑ์การปฏิวัติ (Museum of Vietnamese Revolution)
ตั้งอยู่บนถนนตงดาน (Tong Dan) ไม่ไกลจากพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ พิพิธภัณฑ์การปฏิวัติหรือที่ชาวเวียตนามเรียกว่า Bao Tang
Cach Mang เป็นสถานที่ที่ซึ่งแสดงให้เห็นว่าการต่อสู้เพื่อสันติภาพของคนในแผ่นดินนี้ ต้องพบกับเรื่องราวอะไรมาบ้านตั้งแต่ครั้งโบ
ราณจนถึงยุค พ.ศ. 2518อันเป็นช่วงปีที่ทหารอเมริกาถอนกำลังออกจากเวียตนาม นอกจากนี้ยังมีหลาวไม้ขนาดยาวที่ปักไว้เพื่อสกัดกั้น
กองกำลังมองโกลรวมถึงกลองศึกสำริดใบยักษ์ที่มีการสร้างมาตั้งแต่ก่อน 24,000 ปีก่อนคริสตกาลก็มีให้ชมกัน นับได้ว่าที่นี่น่าสนใจมาก
กับสิ่งของเรื่องราวที่จัดแสดงและประวัติอันขมขื่นที่ต้องเรียนรู้จากความเจ็บปวดของชนในชาติ
 
พิพิธภัณฑ์ศิลปกรรม (Fine Arts Museum)
ตั้งอยู่บนถนนเหวียนไทฮ็อก (Nguyen Thai Hoc) ค่าเข้าชม 10,000 ดอง เปิด 09.15 – 17.00 น. หยุดวันจันทร์ พิพิธภัณฑ์ศิลป
กรรมหรือที่ชาวเวียตนามเรียกว่า บ่าวตางมีทวด (Bao Tang My Thuat) เป็นแหล่งแสดงผลงานศิลปะที่ดีที่สุดของเวียดนามก็ว่าได้
เพราะที่นี่ได้จัดนิทรรศการครอบคลุมถึงงานศิลปะและประวัติของชนกลุ่มน้อยในเวียตนาม และมีพระพุทธรูปไม้ที่งดงามหลายองค์ซึ่งมี
อายุหลายร้อยปี นอกจากนี้ยังมีกล่องสำริดดงเซิน (Dong Son) และศิลปะเวียดนามอย่างอื่นอีกมากมายทั้งที่เป็นของสมัยโบราณและยุค
ใหม่
 
พิพิธภัณฑ์โฮจิมินห์ (Ho Chi Minh Museum)
ตั้งอยู่หลังสวนสาธารณะใกล้ๆ กับจัตุรัสบาดิงห์ เดินผ่านสวนสาธารณะที่มีเจดีย์เสาเดียวตั้งอยู่ ก็จะพบกับพิพิธภัณฑ์โฮจิมินห์ เป็นรูปแบบ
ของอาคารสมัยใหม่ขนาดใหญ่มีการจัดแสดงนิทรรศการมากมาย มีการถ่ายภาพขาวดำ ในสมัยสงคราม ซึ่งจะได้เห็นความเป็นอยู่ของ
เหล่าทหารกู้ชาติอีกด้วยและเรื่องราวการสู้รบในสมัยครามเวียตนาม
โรงละครฮานอย (Hanoi Opera House)
โรงละครแห่งนี้ตั้งอยู่ตรงหัวมุมถนน Ly Thai To ตัดกับถนน Trang Tien บริเวณวงเวียนห้าแยก โรงละคร สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2454
สไตล์แบบฝรั่งเศส ตกแต่งอย่างงดงามดูแข็งแกร่งภายในมีที่นั่งกว่า 900 ที่นั่ง ปัจจุบันยังเปิดแสดงอย่างสม่ำเสมอ การแสดงจะเน้นดนตรี
คลาสสิค
ตลาดดงซวน (Dong Xuan)
ตั้งอยู่สุดถนนฮังดาว ทางด้านเหนือของเขตเมืองเก่า ตลาดดงซวนเป็นอีกสถานที่ที่ไม่ควรพลาด ตามประวัติตลาดแห่งนี้โดนไฟไหม้ไปตั้ง
แต่ปี 1994 ทว่าได้มีการซ่อมแซมเพื่อช่วยให้เก็บรักษาบรรยากาศเก่าๆ เอาไว้ให้ได้มากที่สุด โดยตลาดแห่งนี้มีสินค้ามากมายให้เลือกตั้ง
แต่บรรดาเครื่องจักรสาน พรมผืนเล็กๆ อาหาร เสื้อผ้า ของที่ระลึก จนถึงซีดี และดีวีดีและยังมีเหล้าไวน์ราคาถูกด้วย นอกจากนี้ยังมี ร้าน
จำหน่ายดอกไม้ตามริมถนน ร้านขายยาแผนโบราณที่มีกลิ่นสมุนไพรเป็นเอกลักษณ์ ร้านขายยาดองมีสัตว์ต่างๆ อยู่ในขวดก็มีอยู่ให้ชิมกัน
ทั้งเหล้าดองงู ดองตุ๊กแก ดองจิ้งจก
 
 
 
 
 
 
 
Main Page   |   ตั๋วเครื่องบิน   |   New Promotion   |   Hotel Booking   |   How To Pay   |   Contact Us