ประวัติ
 
เป็นเมืองหลวงของประเทศกรีซ ใช้ชื่อตามเทพเจ้าอาธีนาในปุราณ
วิทยาของกรีกโบราณในตัวเมืองเอเธนส์ มีประชากรประมาณ 750
,000 คนแต่เขตเมืองทั้งหมดมีประชากรประมาณ 3.7ล้านคน กรุง
เอเธนส์มีประวัติมายาวนานตั้งแต่ 1,000 ปีก่อนคริสตกาลประเทศ
กรีซ (Greece) มีชื่อเรียกเป็นทางการว่าสาธารณรัฐเฮลเลนิก (Hel
lenic Republic)อยู่ปลายคาบสมุทรบอลข่านเป็นแหล่งอารยธรรม
เก่าแก่ของโลกมีทั้งนักปรัชญาเมธี นักคณิตศาสตร์วิทยาศาสตร์ที่สำ
คัญของโลกการได้ไปเยือนประเทศกรีซจึงเหมือนเป็นการย้อนรอย
อดีตที่ยิ่งใหญ่เมื่อสองพันกว่าปีมาแล้ว
 
 
ภูมิอากาศ
อุณหภูมิโดยเฉลี่ยของกรีซ
เม.ย.-มิ.ย. 14-22 องศาเซลเซียส
ก.ค.-ต.ค. 20-35 องศาเซลเซียส (และอาจสูงกว่า 40 องศาเซลเซียส)
พ.ย.-มี.ค.อุณหภูมิจะต่ำกว่า 10 องศาเซลเซียสและอาจติดลบทางตอน
บนของประเทศมีหิมะตก
ส่วนในกรุงเอเธนส์ จะอยู่ระหว่าง 5-15 องศาเซลเซียส
สถานที่ท่องเที่ยว
จุดเริ่มต้นของการเที่ยวประเทศกรีซก็ต้องเป็นเมืองหลวงคือกรุงเอเธนส์
(Athens) เมื่อไปถึงกรุงเอเธนส์ ทุกคนก็คงอยากเห็นวิหารพาร์เธนอน
(Parthenon)อันยิ่งใหญ่ซึ่งตั้งอยู่บนเนินเขาอะโครโปลิส (Acropolis)
ใจกลางเมือง
   
 
 
  สนามกีฬา   อาโครโปลิส  
 
  สนามกีฬาโอลิมปิก ปี 2004   อาคาร อิเรคทีออน (Erechtheion)  
 
  อาคาร National Academy of Athens   พลาก้า  
 
  วิหารแพนนีออน   เมืองเก่า Plaka  
 
  การ์ดทหารกรีก   อะโครา (Acora)  
 
 
 
อะโครโปลิส (Acopolis)
อาโครโปลิส เมืองโบราณสถานอายุกว่า 2,500 ปี วิหารพาร์เธนอน (ภาษากรีก:TO PARTHENON) คือวิหารโบราณบนเนินอะโครโพลิส
ในกรุงเอเธนส์ ประเทศกรีซสร้างเพื่อเป็นศาสนสถานบูชาเทพีเอเธนา หรือเทพีแห่งปัญญาความรอบรู้ ในศตวรรษที่ 5ก่อนคริสต์ศักราช
เป็นสิ่งก่อสร้างสถาปัตยกรรมกรีกโบราณที่มีชื่อเสียงที่สุดแสดงให้เห็นถึงความเฉลียวฉลาดของสถาปนิกในสมัยนั้นและถือได้ว่าเป็นหนึ่ง
ในสิ่งก่อสร้างที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก มีขนาดกว้าง 101.4 ฟุต หรือ 30.9 เมตร และ ยาว 228.0 ฟุต หรือ 69.5 เมตร คำว่า พาร์เธนอน
นั้นน่าจะมาจากประติมากรรมที่เคยตั้งอยู่ภายในวิหาร คือ Athena Parthenos ซึ่งมีความหมายว่า เทพีอันบริสุทธิ์
 
อาคารอิเรคทีออน (Erechtheion)
มีขนาดย่อมกว่าพาร์เธนอน แต่มีความน่าสนใจในตัวเอง เป็นอาคารแบบไอออนิก (สังเกตที่หัวเสา) เป็นอาคารที่อสมมาตร เมื่อมองจาก
แต่ละด้านจะมีความแตกต่างกันสิ่งที่น่าสนใจที่สุดของอาคารนี้คือรูปปั้นเทพี 6 นางทำหน้าที่เป็นเสาใช้ศีรษะค้ำยันหลังคาซึ่งมีชื่อเรียกว่า
คารีอาทีด (Caryatids) รูปปั้นที่เห็นบนระเบียงนี้เป็นรูปปั้นที่จำลองแบบจากของเดิม ส่วนของจริงนางหนึ่งไปยืนอวดโฉมให้คนทั่วโลก
ชื่นชมในอังกฤษที่ British Museum ส่วนอีกห้านางที่เหลือ เขาย้ายไปไว้ในพิพิธภัณฑ์บนอะโครโปลิสภายใต้กระจกกันอากาศภายนอก
เพื่อไม่ให้ผุกร่อนไปมากกว่านี้สามารถเข้าไปชมได้หลังจากเดินชมอาคารภายนอกทั่วแล้ว มีเสียงเล่าลือว่าหลังจากที่นางหนึ่งโดนนำไป
ไว้ที่อังกฤษ วันดีคืนดีชาวบ้านจะได้ยินเสียงผู้หญิงร่ำไห้ระงมมาจากยอดเขาเพราะคิดถึงพี่น้องที่จากไป
 
สนามกีฬาโอลิมปิก (Olimpiakos stadium)
สร้างด้วยหินอ่อนสีขาวรูปเกือกม้าที่สร้างโดยจักรพรรดิเฮรอด อัตติคุสใน ค.ศ. 143 และปฏิสังขรณ์ใหม่หมดใน ค.ศ. 1896 เพื่อใช้เป็น
สถานที่เปิดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกยุคใหม่ที่เริ่มขึ้นเป็นครั้งแรก ที่เอเธนส์ในปีนั้น สนามกีฬานี้สร้างขึ้นตามแบบสนามกีฬาโบราณและ
สร้างขึ้นณ ตำแหน่งที่ตั้งเดิมของสนามที่สร้างขึ้นเมื่อกว่า 2 พันปีก่อน สังเกตว่าสนามกีฬาเป็นรูปตัวยู เอาไว้ใช้แข่งพวกกรีฑาเป็นหลัก
ไม่เหมือนสนามกีฬายุคปัจจุบันซึ่งจริง ๆ ก็คือสนามฟุตบอล
 
จตุรัสซินตักมา (Sintagmar Square)
ซึ่งเป็นที่ตั้งของอาคารที่ทำการรัฐบาลและอาคารรัฐสภา ที่น่าสนใจคือทุก ๆ ชั่วโมงเขาจะมีการเปลี่ยนการ์ดทหารกรีก ชุดแต่งกายและท่า
ทางตอนเปลี่ยนการ์ดนี่น่าดูมาก สร้างด้วยหินอ่อนสีขาวรูปเกือกม้าที่สร้างโดยจักรพรรดิเฮรอด อัตติคุสใน ค.ศ. 143และปฏิสังขรณ์ใหม่
หมดในค.ศ. 1896 และยังเป็นที่จัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิคสมัยใหม่ครั้งแรกอีกด้วย
 
เมืองเก่าอะโครา (Acora)
เป็นเมืองเก่าที่มีแต่ซาก ยกเว้นวิหารที่สมบูรณ์ที่สุดในเอเธนส์คือวิหารฮีเฟสตัส (Temple of Hephaestus) เป็นอาคารในไสตล์ดอริก
(หัวเสาเรียบ) มีอายุเก่าแก่กว่า 2,400 ปี ใกล้เคียงกันกับอะโครโปลิส แต่มีสภาพสมบูรณ์กว่า
 
อาคาร National Academy of Athens
เป็นอาคารที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งในเอเธนส์ อาคาร National Academy of Athens แปลเป็นไทยได้ว่าราชบัณฑิตยสภาแห่งกรุงเอเธนส์
สร้างในไสตล์นีโอคลาสสิก หัวเสาแบบไอออนิก ด้านหน้ามีรูปปั้นนักปรัชญากรีกโบราณเพลโต้และอริสโตเติ้ลนั่งอยู่คนละฝั่งด้านหลังบน
หัวเสาเป็นรูปปั้นเทพเจ้ากรีก องค์นี้คือเทพอพอลโล อีกฝั่งเป็นเทพีอะธีนาในชุดนักรบถือหอกและโล่
 
เมืองเก่าพลาก้า(PLAKA)
ที่ในสมัยโบราณรู้จักกันในนามดินแดนแห่งเทพเจ้า (NEIGHBOURHOOD OF THE GODS)พลาก้าเป็นเมืองเก่าที่ถูกอนุรักษ์ไว้ให้
เป็นถนนคนเดินท่านสามารถเดินไปตามถนนแคบๆ มีซอกซอยมากมายเหมือนเขาวงกตบรรยากาศรอบด้านของพลาก้าจะทำให้ท่านย้อน
ระลึกไปถึงเอเธนส์ในอดีตบ้านเรือนหลังเล็กๆ ที่ปลูกติดกันพร้อมบัลโคนี (BALCONY) ที่มีเหล็กดัดสวยงามในสไตล์นีโอคลาสิค พร้อม
ดอกไม้คละสี ท่านจะเห็นสิ่งก่อสร้างเล็กๆโบสถ์ ยุคไบเซนไทน์มหาวิทยาลัยเก่า บางส่วนของประตูและกำแพงโบราณที่ยังเหลืออยู่สองฟาก
ทางถนนแคบในพลาก้าท่านจะสนุกกับการช้อปปิ้ง มีร้านค้าของที่ระลึกจากกรีซมากมายพร้อมผลิตภัณฑ์ที่ทำจากน้ำมันมะกอก(ผลผลิตที่
มีชื่อเสียงที่สุดของกรีซ) อาทิสบู่ ครีมทาผิว ครีมสระ/นวดผม เครื่องเงินและทองที่เป็นลวดลายกรีกโบราณ และงานหัตถกรรมต่างๆ อาทิ
เครื่องปั้นดินเผารูปปั้นแกะสลักต่างๆ ภาพวาดและอื่นๆ มากมายจากย่านนี้ ซึ่งต่อเนื่องกับย่านถนนเออมูร (ERMOU STREET)ซึ่งเป็น
ย่านช้อปปิ้งของบรรดาสินค้าแบรนด์เนมชื่อดัง ที่ท่านจะหาได้ที่นี่ และโมนาสตริอากิ (Monastriaki)
 
 
Main Page   |   ตั๋วเครื่องบิน   |   New Promotion   |   Hotel Booking   |   How To Pay   |   Contact Us